ในโลกที่กำลังขับเคลื่อนด้วยพลังแห่งเทคโนโลยีอย่างทุกวันนี้นั้น ก่อเกิดนวัตกรรมใหม่ๆมากมายเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของมนุษย์ เพื่อทดแทนและแก้ปัญหาบางอย่างที่มนุษย์นั้นไม่สามารถจะแก้ปัญหาได้ อย่างเช่นสิ่งที่บริษัทสตาร์ทอัพในญี่ปุ่นนี้กำลังทำ

‘Exit’ คือบริการหนึ่งจากบริษัทสตาร์ทอัพ Senshi S  ที่ก่อตั้งขึ้นจากเพื่อนวัยเด็กสองคน คือ โทชิยูกิ นิอิโนะ และ ยูอิชิโระ โอกาซากิ โดยบริการนี้ จะช่วยแก้ปัญหาให้พนักงานบริษัทที่ต้องการลาออกจากงาน แต่ไม่กล้าลาออกด้วยตนเองไม่ว่าจะสาเหตุใดก็ตาม Exit ก็จะเข้าไปลาออกจากบริษัทของลูกค้าให้ โดยจะต้องเสียค่าดำเนินการเป็นจำนวนเงิน $350 หรือราว 11,300 บาทเลยทีเดียว

 

“พวกเราเคยคุยกันมานานแล้วว่า อยากจะทำอะไรสักอย่างด้วยกัน และคอนเซ็ปนี้มันก็ดูเหมือนจะตอบโจทย์ความต้องการของพวกเราได้” โอกาซากิ บอกกับ The Japan Times

“มันมีลูกค้าแบบนี้จริงๆนะ โดยส่วนตัวผมแล้ว ผมก็สงสัยเหมือนกันว่า ทำไมผู้คนถึงลาออกยากกันจัง มันดูไม่น่าจะใช่เรื่องยากเลย แต่ผมก็คิดและเข้าใจว่า มันเป็นเพราะบรรยากาศการทำงานในแบบญี่ปุ่นนั่นแหละ”

ไม่ว่าสาเหตุที่ลูกค้าจะลาออกจากบริษัทนั้นมาจากอะไร จะเพราะความเครียดหรือความเหนื่อยหน่าย หรือเบื่องาน หรือแม้กระทั่งเพราะได้ข้อเสนอที่ดีกว่าจากบริษัทอื่น แต่พวกเขานั้นมักจะไม่กล้าบอกหัวหน้าและเพื่อนร่วมงานด้วยตนเองว่า พวกเขาต้องการจะลาออก ดังนั้น พวกเขาจึงกลายมาเป็นลูกค้าเรา เพื่อจ้างให้เราทำเรื่องยากๆ(สำหรับพวกเขา)พวกนั้นให้

หลังจากที่ลูกค้าติดต่อบริษัท,เซ็นมอบอำนาจและชำระเงินแล้ว Exit จะเริ่มทำงานติดต่อไปยังบริษัทต้นสังกัดของลูกค้า และเริ่มต้นกระบวนการลาออกให้ลูกค้าทันที ซึ่งส่วนมากแล้ว พวกเขามักจะไม่ต้องมาทำงานอีกต่อไป

จะมีบางครั้งที่เจ้านายของบริษัทลูกค้าต้องการจะพูดคุยกับลูกค้าโดยตรง แต่จะขึ้นอยู่กับลูกค้าว่าต้องการพูดคุยด้วยหรือไม่ และ Exit จะเป็นคนคอยจัดการทุกอย่างให้ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นงานด้านเอกสาร เงินสมทบ เงินชดเชย และอื่นๆที่เกี่ยวข้อง ซึ่ง Exit จะทำหน้าที่เหมือนเป็นตัวกลางคอยประสานงานให้ลูกค้ากับบริษัทต้นสังกัด

“การลาออกจากงานนั้นมันเป็นอะไรที่เป็นเรื่องดี มันดีต่อบริษัทต้นสังกัดเหมือนกัน เพราะพนักงานที่ต้องการจะลาออกนั้น มักจะทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ และมันจะช่วยแก้ปัญหาเรื่องพนักงานมีความสามารถไม่ตรงกับที่บริษัทต้องการ หรือมีความสามารถมากกว่านั้น และช่วยให้ตลาดแรงงานนั้นไหลลื่นมากขึ้น” โทชิยูกิ บอก

โทชิยูกิ ในวัย 28 ปีนั้น เคยมีประสบการณ์ในการลาออกจากงานมาแล้ว 2-3 ครั้ง และนั่นทำให้เขารู้ดีว่า สิ่งที่พนักงานที่ต้องการจะลาออกนั้น ต้องเจอกับอะไรจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของงานเอกสาร เรื่องของความสัมพันธ์กับคนอื่นๆ หรือแม้กระทั่งการจัดการชีวิตของตัวลูกค้าเอง

ปัจจุบันนี้ภายในปีเดียว Exit มีลูกค้ากว่า 800 รายทั่วญี่ปุ่น และกำลังถูกจับตามองจากสื่อต่างๆทั่วญี่ปุ่นเป็นอย่างมาก ในฐานะของบริษัทสตาร์ทอัพที่มีไอเดียในการแก้ไขปัญหาตลาดแรงงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

ที่มา : www.odditycentral.com