ถ้าคุณเป็นติ่งภาพยนต์ไซไฟวิทยาศาสตร์อย่าง Interstellar หรือมีอารมณ์ร่วมกับการบุกเบิกอวกาศอย่าง Prometheus หรือภาพยนต์อะไรทำนองนี้แล้วละก็ นี่อาจจะเป็นซีรีย์ที่จะช่วยเติมเต็มจินตนาการของนักสำรวจอวกาศของคุณให้ล้นปรี่ออกมาก็ได้

 

Lost in Space เป็นเรื่องราวของครอบครัว Robinson ที่ได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งในกลุ่มผู้บุกเบิกตั้งอาณานิคมใหม่ หลังจากโลกนั้นไม่สามารถอยู่ได้อีกต่อไป จากมลภาวะที่เกิดจากการพุ่งชนของอุกกาบาตในวันคริสมาสต์ โดยกลุ่มผู้ได้รับเลือกในการบุกเบิกอาณานิคมใหม่นี้ จะต้องโดยสารไปกับยานกึ่งสถานีอวกาศที่ชื่อ The Resolute ซึ่งเมื่อไปถึงดาวปลายทางแล้ว แต่ละครอบครัวจะต้องเข้าไปอยู่ในยานลูกของแต่ละครอบครัวที่เชื่อ Jupiter เพื่อร่อนลงจอดและตั้งอาณานิคมต่อไป

 

แต่เมื่อ The Resolute ยังไปไม่ถึงไหนดี ดันเกิดอุบัติเหตุขึ้นบนยาน ทำให้แต่ละครอบครัวต้องรีบเข้ายาน Jupiter ของตัวเองเพื่ออพยพฉุกเฉิน ร่อนลงไปที่ดาวที่ไม่รู้จักและไม่ได้อยู่ในแผนที่อวกาศ

ในบางอารมณ์นั้น Lost in Space เวอร์ชั่นนี้ ให้ความรู้สึกและอารมณ์เดียวกับ LOST ซีรีย์ยอดฮิตเมื่อหลายปีก่อน (หวังว่าตอนจบมันจะไม่ห่วยเหมือนกัน) ที่เป็นเรื่องราวของผู้รอดชีวิต ค้นพบสภาพแวดล้อมใหม่ๆ ปริศนาใหม่ๆ และเป้าหมายใหม่ๆในการเอาตัวรอด ต่างกันตรงที่ ปริศนาต่างๆที่เกิดขึ้นใน Lost in Space นี้นั้นจะอิงวิทยาศาสตร์มากขึ้น ทำให้ดูมีเหตุผลรองรับและขับเคลื่อนอารมณ์ของคนดูให้พุ่งไปในแง่ของซีรีย์แนวไซไฟอวกาศ มากกว่าจะเป็นเรื่องราวอภินิหารทั่วไป

 

แม้ว่า Lost in Space จะออกมาดูเป็นซีรีย์ไซไฟ แต่ภาพรวมทั้งหมดนั้นก็ไม่ได้เจาะจงกลุ่มคนดูแต่อย่างใด เพราะซีรีย์เรื่องนี้ทำออกมากว้างมาก มีทั้งความดราม่า, ปัญหาครอบครัว, ความรัก, การสำรวจ, การเอาตัวรอด, แอคชั่น นอกจากนี้ พล็อตเรื่องที่ไม่ได้มีความว้าวหรือหักมุมอะไรมากจนเกินไป ทำให้รสชาติของมันออกมากลมกล่อมพอดี เหมาะจะเป็นซีรีย์ที่ดูทั้งครอบครัวได้เลย

 

และถ้าจะพูดถึงข้อเสียของซีรีย์เรื่องนี้ คงจะเป็นเรื่องการตัดสินใจหลายๆครั้งของหลายๆตัวละคร ที่อาจจะทำให้คนดูถึงกับเกาหัว เพราะมันอาจจะไม่สมเหตุสมผล อย่างไรก็ตาม มันก็ไม่ถึงกับเป็นการตัดสินใจที่แย่นัก เพราะเมื่อลองคิดว่า หากเราอยู่ในสถานการณ์นั้นและมีปมในชีวิตแบบเดียวกับตัวละคร บางที เราอาจจะตัดสินใจแย่กว่านั้นก็ได้

 

โดยส่วนตัวผู้เขียน ซึ่งชอบซีรีย์แนวไซไฟวิทยาศาสตร์และการสำรวจอวกาศเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ขอให้คะแนนซีรีย์เรื่องนี้ที่ 9/10 ซึ่งถือว่าสูงที่สุดที่ผู้เขียนเคยให้มา โดยยกให้เป็นซีรีย์คุณภาพระดับเดียวกับ Breaking Bads, Game of Thrones และ The Stranger Things เลยทีเดียว

 

หมายเหตุ : มุมมองและความคิดเห็นต่อซีรีย์เรื่องนี้ อิงจากความชอบส่วนตัวของผู้เขียน อย่างไรก็ตาม ลองดูก่อนซัก Episode หนึ่ง เชื่อว่าหลายๆคนอาจจะโดนดูดเวลา มองนาฬิกาอีกทีก็เช้าแล้วก็ได้..