หลังจากเป็นข่าวซุบซิบกันมาพอสมควรในวงการเกมกีฬา ว่า PES หรือ ‘Pro Evolution Soccer’ หรือที่คนไทยเคยรู้จักในชื่อของ Winning Eleven นั้น กำลังสูญเสียลิขสิทธิ์บอลถ้วย UEFA Champions League ให้กับคู่แข่งตัวฉกาจอย่าง FIFA จนกระทั่งในที่สุด EA Sports ก็มาตอกย้ำข่าวลือนั้นด้วยการประกาศว่า  ลิขสิทธิบอลถ้วย UEFA Champion League จะย้ายฝั่งมาอยู่ในเกมฟุตบอลแห่งมวลมนุษยชาติอย่าง FIFA ตั้งแต่ FIFA 19 (ภาคต่อไป) อย่างเป็นทางการ

PES vs FIFA

ในโลกของเกมกีฬาฟุตบอลนั้น ทุกคนรู้ดีว่า มีเพียงสองเกมเท่านั้นที่ถือเป็นตัวแทนของเกมเมอร์ที่รักในเกมฟุตบอล คือ PES และ FIFA

โดย PES นั้น คือลูกหลานของเกมฟุตบอลในตำนานอย่าง Winning Eleven ที่อยู่คู่คนไทยมานาน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คนในไทยในช่วงอายุ 30-40 ปี น่าจะเติบโตมากับ Winning Eleven 3 และคุ้นเคยกับการเล่นมาเป็นอย่างดี จนน่าจะเรียกได้ว่า Winning นั้นเป็นต้นแบบของเกมฟุตบอลทุกเกมเลยก็ว่าได้

อย่างไรก็ตาม เมื่อ KONAMI บริษัทผู้ผลิต PES นั้นเริ่มเบนเข็มไปทำตลาดตู้เกมปาจิงโกะออนไลน์เพราะกำไรที่มากกว่า ทำให้พัฒนาการเกมฟุตบอลที่เป็นตำนานอย่าง PES ที่พัฒนามาจาก Winning Eleven นั้นก็ลดลง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อฝั่งตรงข้ามอย่าง FIFA นั้นยังคงกระตือรือร้นในการพัฒนาระบบอย่างต่อเนื่อง

ข้ามฝั่งมาที่ FIFA

ที่จริงแล้ว FIFA นั้นเริ่มต้นพัฒนามาตั้งแต่ช่วงปี 1980 แต่ถูกปล่อยจริงจังครั้งแรกในปี 1993 ซึ่งในช่วงแรกนั้น FIFA เองยังเรียกว่า ห่างชั้นกับ Winning (หรือ PES ในสมัยนี้) อยู่หลายขุม เรียกว่า ถ้าจะถามเหล่าเกมเมอร์ในยุคนั้น น่าจะ 99% ที่เลือก Winning ส่วนอีก 1% ที่เหลือคือไม่เล่นเกมฟุตบอล

ในช่วงแรกของ FIFA นั้น ดูเหมือนว่าทีมพัฒนานั้นจะหลงทางไปจากที่เกมฟุตบอลควรจะเป็นอย่างมาก โดย FIFA นั้นไปเน้นพัฒนาในฟีเจอร์ที่ไม่ใช่สิ่งที่เกมเมอร์ต้องการ ไม่ว่าจะเป็นการมีท่าไม้ตาย การมีเหตุการณ์แปลกๆ (เช่นมี UFO) เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม หลังจากเป็นผู้ตามมานานหลายปี ดูเหมือนว่า EASports จะเริ่มคิดได้ ด้วยการเริ่มต้นซื้อลิขสิทธิ์ฟุตบอลในลีกชั้นนำต่างๆทั่วโลก เพื่อให้เกม FIFA นั้นเป็น Exclusive เพียงเกมเดียวที่มีนักเตะ ลีกการแข่งขัน สโมสร และอื่นๆ นอกจากนี้ การพัฒนาระบบการเล่น ก็ยิ่งทำให้ FIFA กลายเป็นที่นิยมมากขึ้นเรื่อยๆ ในทิศทางที่ตรงกันข้ามกับ PES ที่นับวันเอาแต่ดิ่งลง

รุกฆาตของ FIFA

เมื่อฐานผู้เล่นเริ่มเยอะขึ้น พร้อมๆกับการอพยพผู้เล่นบางส่วนจาก PES มาสู่ FIFA ประกอบกับเทคโนโลยีที่พัฒนาอย่างก้าวกระโดด ทำให้ ณ ตอนนี้ FIFA มีฐานผู้เล่นมากพอที่พวกเขาพร้อมจะ ‘รุกฆาต’ ด้วยการเพิ่มฟีเจอร์ใหม่ที่ดึงดูดผู้เล่นอย่างงอมแงม นั่นคือ ‘ระบบการเล่นออนไลน์’

ในยุครุ่งเรืองของ Winning/PES นั้น พวกเราคุ้นเคยกับการเล่นแข่งกับเพื่อนที่อยู่ร้านเกมเดียวกัน หรือนั่งเล่นในห้องด้วยกัน แต่เมื่อโลกพัฒนามาถึงยุคการเล่นเกมแข่งกันออนไลน์ ทำให้เหล่าเกมเมอร์นั้นมีคู่แข่งที่มากขึ้น และเมื่อการแข่งขันที่มากขึ้น ได้เจอผู้เล่นที่มีทักษะที่หลากหลายขึ้น ทำให้นี่คือจุดเปลี่ยนที่สำคัญของ FIFA ที่ทำให้พวกเขาก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำเกมฟุตบอลอย่างเป็นทางการ

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง โหมดการเล่น FIFA Ultimate Team หรือที่รู้จักในชื่อ FUT ซึ่งเป็นฟีเจอร์เด่นใน FIFA ที่จะเปิดโอกาสให้ผู้เล่นสร้างทีมของตัวเองขึ้นมา และหาซื้อนักเตะในตลาด เพื่อให้ทีมตัวเองเต็มไปด้วยนักเตะชื่อดัง และนำมาแข่งขันในโหมดออนไลน์กับผู้เล่นคนอื่น

นอกจากนี้ สิ่งที่ดูเหมือนจะเป็นหมากรุกฆาตของ FIFA จริงๆก็คือ การได้ลิขสิทธิ์ของฟุตบอลถ้วยยุโรป UEFA Champion League ซึ่งถือเป็นที่มั่นสุดท้ายของ PES ทำให้นับตั้งแต่ FIFA 19 เป็นต้นไป FIFA จะเป็นเกมส์ที่มีครบทุกลีคดัง ทุกรายการแข่งขัน ไม่ว่าจะเป็นระดับสโมสรหรือทีมชาติ

ซึ่งแม้ว่า PES นั้นจะยังคงปรับแต่งใส่ออพชั่นไฟล์ต่างๆเหล่านี้เพื่อให้มีทุกอย่างครบ แต่มันก็ดูยุ่งยากสำหรับผู้เล่นที่ไม่อยากจะทำอะไร พวกเขาเพียงแค่ย้ายไปเล่น FIFA เท่านั้น ก็มีทุกอย่างครบ

PES กำลังจะสูญพันธุ์ แม้ FIFA จะไม่ดีพอ

นอกจากนี้ แม้ว่า FIFA นั้นกำลังกุมความได้เปรียบในตลาด แต่ก็ต้องยอมรับว่า ที่จริงแล้ว FIFA ก็ไม่ได้ดีพอ เพราะยังคงพบปัญหาต่างๆที่เกิดจากการเล่น (Bugs) และระบบเกมส์ในโหมด FUT ที่เอื้อต่อนิยามคำว่า ‘Pay to win’ มากพอสมควร ซึ่งหากลงรายละเอียดทั้งหมดแล้ว จะพบว่า ระบบเกม FIFA นั้นไม่ได้ดีไปกว่า PES แต่อย่างใด

แต่สิ่งที่ทำให้ PES อาจจะหมดอนาคตไปเลยนั้น คงหนีไม่พ้นเรื่องลิขสิทธิ์ที่ FIFA นั้นเก็บเรียบเลยทีเดียว ซึ่งตรงนี้เป็นอะไรที่น่าสนใจว่า อนาคตของ PES นั้นจะเป็นอย่างไร ซึ่งแม้ว่าตอนนี้จะค่อนข้างมืดมน แต่ใครจะรู้ เมื่อตลาดปาจิงโกะออนไลน์ของ KONAMI นั้นเริ่มไม่ดีอย่างก่อน อาจจะถึงคราวราชันคืนบัลลังก์เป็นได้