ในยุคสมัยที่ตั๋วเครื่องบินนั้นออกโปรฯใหม่ๆบ่อยกว่าเงินเดือน แถมบางเส้นทางนั้นราคาถูกซะยิ่งกว่าค่างวดรถซะอีก ทำให้การเดินทางไปเที่ยวไม่ว่าจะในหรือต่างประเทศนั้นง่ายขึ้นเยอะ เหมือนหลายครั้งที่เรามักจะเห็นเพื่อนสมาชิกในเว็บไซต์โซเชียลต่างๆรีวิว ไม่ว่าจะเป็นเฟสบุ๊ค พันทิป หรือแม้กระทั่งอินสตาแกรม แต่ต้องยอมรับว่า หลายต่อหลายครั้ง ที่การท่องเที่ยวในแบบคนธรรมดาอย่างเช่นการไปในสถานที่ท่องเที่ยวเด่นๆนั้น ดูเหมือนจะไม่ตอบโจทย์นักเที่ยวยุคใหม่อีกต่อไป

เคยมีคนบอกว่า สิ่งที่จะแยกความแตกต่างระหว่าง ‘นักท่องเที่ยว’ กับ ‘นักเดินทาง’ ได้ดีที่สุด คือดูว่า คนๆนั้นใช้เวลากับปลายทางมากน้อยแค่ไหน ในยุคก่อน เทรนด์การท่องเที่ยวมักจะเป็นการไปตามสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญ ที่คลาคล่ำไปด้วยฝูงชนที่เป็น ‘นักท่องเที่ยว’ เหมือนกัน เพื่อมาสถานที่ๆพวกเขาคิดหรือมีคนเคยบอกว่า ต้องมาให้ถึง ต้องมาให้ได้ ในขณะที่ยุคนี้ การก้าวเข้ามาของเทคโนโลยี โดยเฉพาะอินเตอร์เน็ต ทำให้เริ่มมีการบอกต่อเรื่องราวการเดินทางในรูปแบบต่างๆมากขึ้น มีการค้นพบและรีวิวสถานที่ใหม่ๆมากขึ้น ซึ่งเมื่อมีเรื่องของความสะดวกสบายและง่ายในการเดินทางมารวมแล้ว ทำให้เทรนด์การท่องเที่ยวแบบใหม่นั้นเริ่มเป็นที่นิยม คือการใช้เวลากับวิถีชีวิตในท้องถิ่นมากขึ้น แม้จะเป็นสถานที่ไม่ดัง แต่ที่นั่น มักจะเต็มไปด้วย ‘เรื่องราว’ ให้ได้เรียนรู้

ปีนี้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยหรือ ททท. นั้น มีโครงการ TAT Local Hero หรือการท่องเที่ยว Local ในแบบเท่ๆ ที่จะทำให้เทรนด์การท่องเที่ยวแบบเดิมนั้นเปลี่ยนไป โดยงานนี้ มีน้องญาญ่า อุรัสยา เสปอร์บันด์ มาเป็นพรีเซ็นเตอร์ ที่จะทำให้คนรุ่นใหม่อย่างเราๆนั้นเห็นภาพการเป็น ‘นักเดินทาง’ แบบเท่ๆ ได้อย่างดีที่สุด

หนึ่งในงานแรกของน้องญาญ่าในฐานะพรีเซ็นเตอร์ คืองาน TVC ที่ถ่ายทอดเรื่องราวของความสนุกในการท่องเที่ยวในแบบ Local  อันที่จริง หากเคยดูงานโฆษณาของน้องญาญ่าตัวหนึ่ง เนื้อหาเกี่ยวกับการท่องเที่ยวมาก่อน จะเข้าใจว่า ความน่ารัก สดใสของน้องญาญ่านั้น เป็นสิ่งที่ทำให้ TVC ตัวนี้น่าสนใจขึ้นเยอะ โดยเฉพาะรอยยิ้มของน้องญาญ่า ที่เชื่อได้ว่าจะสะกดทุกคนให้อยู่ภายใต้มนต์สะกด และแปรเปลี่ยนให้กลายเป็นความหลงใหลในการท่องเที่ยวแบบเท่ๆนี้ ลองดู TVC เท่ๆนี้ได้เลย https://www.youtube.com/watch?v=8yOVR_WsUZo

แต่ขอเตือนให้ทำใจไว้ก่อน เพราะคุณอาจใจละลายกับรอยยิ้มของน้องญาญ่าได้ จริงอยู่ว่า ความสะดวกในการเที่ยวแบบเดิม มันสะดวก สบาย เพราะเราแทบไม่ต้องค้นหาอะไรมาก แค่ไปตามที่ๆมีคนเคยรีวิว หรือค้นพบ ก็ถือว่าได้เที่ยวแล้ว แต่รสชาติของความสนุกในการท่องเที่ยวแบบ Local Hero นี้ คือการได้ค้นพบอะไรใหม่ๆ ที่ยังไม่เป็นที่รู้จักมาก หรือการได้ทำอะไรในแบบที่คนทั่วไปไม่มีโอกาสได้ทำ นั่นแหละ คือเสน่ห์ของการเที่ยวแบบนี้

นี่คือเรื่องราวการเดินทางแบบใหม่ ที่อาจจะเปลี่ยนมุมมองการท่องเที่ยวของคุณไปตลอดกาล ลองตามมาสิ แล้วจะรู้ว่า การท่องเที่ยวแบบ ‘นักเดินทาง’ นั้นดีต่อใจยังไง..

บ้านนกเขา, อุทัยธานี

อุทัยธานี, จังหวัดเล็กๆ ที่มีเรื่องราวน่าสนใจ ใครชอบวิถีแบบสโลไลฟ์ไปเที่ยวที่นี่กันนะ ความมีเสน่ห์และผู้คนที่นี่น่ารักมาก และไฮไลท์ที่ไม่ควรพลาดกับที่รวบรวมประวัติศาสตร์และเรื่องราวอันมีสเน่ห์ของอุทัยธานี “บ้านนกเขา” อาคารพาณิชย์ทรงเก่าในตรอกโรงยา

บ้านนกเขา ร้านค้ากึ่งพิพิธภัณฑ์ที่เป็นสถานที่จัดแสดงวิถีชีวิตของคนอุทัยธานีในยุคก่อน โดยจัดให้อยู่ในรูปแบบร้านขายของชำ+ร้านน้ำชาที่เห็นแล้วชวนให้นึกถึงร้านค้าในอดีต ในสมัยที่คนอายุซัก 25+ อาจจะนึกออก เป็นร้านที่เราจะไม่มีทางรู้ว่า สินค้าที่ต้องการนั้นวางอยู่ตรงไหน แต่อาแปะเจ้าของร้านมักจะหาเจอเสมอ

บ้านนกเขา คือตัวอย่างสถานที่ๆ ถ่ายทอดเรื่องราววิถีชีวิตความเป็นอยู่ของคนในชุมชน ที่มีทั้งเรื่องราวในอดีตที่เชื่อมโยงมาถึงปัจจุบัน เพื่อให้คนที่ไม่คุ้นเคยกับวิถีชิวิตแบบนี้ได้เรียนรู้ หรือแม้กระทั่งให้คนที่เคยลืมไปแล้ว ได้กลับมาคิดถึงบรรยากาศเก่าๆอย่างที่เคยเป็นมา

ชุมชนริมน้ำจันทบูร ,จันทบุรี

จังหวัดในภาคตะวันออกของประเทศไทย จันทบุรีเป็นจังหวัดที่ขึ้นชื่อเรื่องผลไม้ ไม่ว่าจะเป็น ทุเรียน เงาะ มังคุด ใครจะรู้ว่า ยังมีชุมชนเล็กๆแห่งหนึ่ง ที่ยังคงสืบทอดวิถีชีวิตความเป็นอยู่ในแบบเดิมๆมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 ที่นี่เคยเป็นชุมชนชาวจีนและญวน และเป็นจุดที่ใช้เป็นท่าเรือขนของที่ได้จากป่าในแถบนั้น ล่องมาตามแม่น้ำจันทบุรี

ชุมชนริมน้ำจันทบูร คนท้องถิ่นมักเรียกกันติดปากว่า ‘บ้านลุ่ม’ เป็นพื้นที่ชุมชนที่แม้ว่าจะพัฒนาไปตามกาลเวลา แต่ยังคงแฝงไว้ซึ่งวิถีชีวิตความเป็นอยู่และเรื่องราวที่มาของชุมชนนี้ โดยแต่เดิมเป็นเพียงแค่ชุมชนชาวจีนและชาวญวน ต่อมาได้เริ่มมีการซื้อขายแลกเปลี่ยนจนกลายเป็นตลาด กลายเป็นศูนย์กลางทางการค้าและเศรษฐกิจในสมัยรัชกาลที่ 5 เลยทีเดียว

ความน่าสนใจของชุมชนแห่งนี้ อยู่ที่สถาปัตยกรรมแบบเก่า อาคารพาณิชย์ไม้ในแบบเก่าๆ ร้านค้าที่ยังคงจัดในสไตล์แบบไทยจีนโบราณ ที่ทำให้คนที่แวะไปนั้นได้ชื่นชมวิถีชีวิตความเป็นอยู่ในแบบที่อาจจะหาดูไม่ได้อีกแล้วในยุคนี้

เกาะเหลาเหลียง, จังหวัดตรัง

ไปทะเลกันดีกว่า…ไปนอนทิ้งตัวบนหาดทรายขาวๆ นั่งมองน้ำทะเลใสๆ ดูดวงอาทิตย์ตกยามเย็น พักจากเรื่องวุ่นๆในเมือง สู่ความเงียบสงบบนเกาะที่ห่างไกล พร้อมปล่อยใจให้ลอยล่องไปกับกระแสคลื่นที่สาดซัดมาที่ชายหาด.. นี่อาจจะเป็นคำนิยามที่เด่นชัดที่สุด ในการมาเที่ยวที่เกาะเหลาเหลียงแห่งนี้ เพราะวิถีชีวิตที่นี่จะช่วยให้คุณได้พบกับความเรียลของธรรมชาติที่น่าหลงไหล

เกาะเหลาเหลียง เป็นความสวยงามของภูเขาหินปูนตามธรรมชาติสูงเสียดฟ้า และเป็นหนึ่งในหมู่เกาะเภตรา กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพืชพันธุ์ จึงไม่มีบ้านพักหรือเรือนรับรอง มีเพียงแค่เต็นท์ขนาดกลางสำหรับรองรับนักท่องเที่ยว เพราะที่นี่มีการจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยว จึงเป็นอีกหนึ่งสถานที่สำหรับจุดหมายปลายทางที่คุณจะได้สัมผัสกับวิถีชีวิตของคนในท้องถิ่นแบบธรรมชาติจริงๆ

นอกจากจะได้ไปเห็นความงามของท้องทะเลที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยปะการัง กัลปังหา ปลาทะเลสวยงาม แล้ว ที่นี่ยังมีกิจกรรมสำหรับนักท่องเที่ยวที่ชอบความแอดเวนเจอร์ได้เล่นกัน ไม่ว่าจะเป็นการพายเรือคายัค การปีนผา การดำน้ำตื้น-ลึก….มุมมองที่สวยที่สุดคือ การมองจากจุดที่เรายืนอยู่หรือการมองไปข้างหน้านั่นเอง เพราะเมืองไทย สวยทุกที่ เท่ทุกเวลา

ผ้าคราม, จังหวัดสกลนคร

อีสานบ้านเฮา มีของเด็ด ทั้งอาหารการกิน ภูมิปัญญาชาวบ้าน วิถีประเพณี และที่นี่ จังหวัดสกลนคร จังหวัดที่มีสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญๆ มีวิถีชีวิตแบบภูมิปัญญาท้องถิ่นที่น่าสนใจ และหนึ่งในที่คนคุ้นเคยดีคือเรื่องราวของ “ผ้าย้อมคราม” ของดีจากรุ่นสู่รุ่น จนพัฒนาต่อยอดองค์ความรู้จนทำให้ ผ้าคราม กลายเป็นเอกลักษณ์พื้นถิ่น ที่ไม่เที่ยวที่นี่ไม่ควรพลาด และต้องไม่พลาด

คราม คือไม้พุ่มตระกูลถั่ว เป็นพืชที่ชอบแดดแรง จึงมักจะปลูกไว้ในช่วงเดือนเมษายนของทุกปี โดยต้นครามนี้จะถูกนำมาผ่านกระบวนการให้กลายเป็นสีย้อมสำหรับฝ้าย จนออกมาเป็นผ้าครามสีสวย

นอกจากจะใช้เป็นเครื่องแต่งกายแล้ว ผ้าครามยังเหมาะสำหรับนำมาทำเป็นตุ๊กตาสำหรับเด็กๆ หรือแม้กระทั่งทำเป็นส่วนประกอบในของชำร่วยตามงานหรือเทศกาลต่างๆ ดูเก๋ไก๋เข้ากับยุคสมัยได้อย่างลงตัว

เรื่องราววิถีชีวิตและความเป็นอยู่ของผู้คนในท้องถิ่นต่างๆ ถูกถ่ายทอดผ่านภูมิปัญญาผืนผ้าสีคราม ที่เป็นเอกลักษณ์ของดีเมืองสกลนคร หรือวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของคนในชุมชนริมน้ำจันทบูร รวมถึงความสวยงามของธรรมชาติบนเกาะเหลาเหลียง หรือแม้กระทั่งมุมเล็กๆ ที่แฝงไปด้วยความทรงจำมากมายที่บ้านนกเขา อุทัยธานี ที่เหล่านี้ กำลังรอ ‘นักเดินทาง’ ไปพิสูจน์ ไปใช้เวลาเรียนรู้และซึมซับวิถีชีวิตเหล่านั้น เชื่อได้เลยว่า การท่องเที่ยวในแบบนี้ น่าจะตอบโจทย์ผู้คนที่ต้องการความใหม่ หรือต้องการแรงบันดาลใจในการใช้ชีวิตอย่างแน่นอน

แน่นอนว่า แค่ 4 ที่นี้ยังไม่ใช่ทั้งหมด ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวดีๆที่คุณยังไม่เคยเห็น หรือไม่เคยได้ยินมาก่อน เป็นเหมือนขุมทรัพย์ของนักเดินทางที่รอวันค้นพบ ลายแทงของขุมทรัพย์เหล่านี้ไม่ได้อยู่ที่ไหนไกล แค่เข้าไปติดตามเฟสบุ๊ค Amazing ไทยเท่ (https://facebook.com//amazingthaitay) แค่นี้ คุณก็จะมีลายแทงของขุมทรัพย์ที่รอให้คุณออกเดินทางตามหามันทุกวัน

‘เพราะเรื่องราวจากคนท้องถิ่น ทำให้เมืองไทย….น่ามอง..’