ทุกสิ่งนั้นมีขึ้นมีลง ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในชีวิต ก็ไม่ได้คงอยู่ตลอดไป นี่คือสัจธรรมที่ใช้ได้กับทุกอย่าง เช่นเดียวกันกับวงการฟุตบอล ที่เราได้เห็นตัวอย่างกันมาแล้วมากมาย ไม่ว่าจะเป็นยุครุ่งเรืองของแมนฯยู ที่ตอนนี้แม้แต่บอลยูโรป้าลีกยังต้องแย่งชิงเพื่อให้ได้ตั๋ว หรือยุคไร้พ่ายของอาร์เซนอล ที่ปัจจุบันกลายเป็นทีมระดับกลางตารางอย่างแท้จริงครับ

สำหรับลิเวอร์พูลก็เช่นเดียวกัน แม้ว่าเราจะอยู่ในช่วงยุคมืดมานาน แต่ในช่วงเวลานี้ คือหนึ่งในช่วงเวลาที่รุ่งโรจน์ที่สุดของลิเวอร์พูล อาจจะดีที่สุดในประวัติศาสตร์ซะด้วยซ้ำ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า ในอนาคต ทุกอย่างมีขึ้นและมีลง และวันหนึ่ง ลิเวอร์พูลอาจจะไม่แข็งแกร่งขนาดนี้อีกต่อไป 3 ประสานกองหน้าของลิเวอร์พูลที่ได้ชื่อว่า เป็น 3 ประสานที่อันตรายที่สุดในโลก ณ ขณะนี้นั้น สุดท้ายก็ต้องเลยจุดพีคของชีวิตนักเตะ และเมื่อนั้นแหละ น่าจะเป็นช่วงขาลงของลิเวอร์พูลแล้ว ถ้ายังไม่มีการเตรียมการอะไรจากเจอร์เก้น คล็อปป์(ซึ่งเราคิดว่า เจอร์เก้น คล็อปป์เตรียมแผนรับมือไว้แล้วแน่ๆ

เอาละ เราจะมาดูกันดีกว่าว่า 3 ประสานแนวรุกของลิเวอร์พูลนั้น จะยังคงความสดความคมไปได้อีกนานเท่าไหร่ เรื่องนี้น่าสนใจตรงที่ มันมีผลโดยตรงต่อแผนการซื้อตัวนักเตะของเจอร์เก้น คล็อปป์ในแต่ละฤดูกาล เพราะ 3 ประสานของลิเวอร์พูลนั้น อายุเท่ากัน ซึ่งหมายความว่า พวกเขาน่าจะผ่านพ้นจุดพีคพร้อมๆกัน

จุดพีค คืออะไร?

จุดพีคนั้นคือช่วงเวลาที่นักเตะสามารถรีดประสิทธิภาพทางร่างกาย (กล้ามเนื้อเติบโตเต็มที่) ประสิทธิภาพทางด้านจิตใจ (จิตใจเข้มแข็งพอจะรับมือกับแรงกดดัน และเคยผ่านเกมสำคัญๆมานับไม่ถ้วน) ซึ่งทั้งหมดนั้นจะส่งผลรวมต่อความมั่นใจในขณะที่เล่นฟุตบอล ซึ่งทำให้ช่วงเวลานั้นๆ นักเตะจะเล่นได้ดีที่สุด

ซึ่งช่วงเวลาที่เป็นจุดพีคที่สุดในอาชีพนั้น จะเป็นเพียงแค่ค่าเฉลี่ย และจะแตกต่างกันในแต่ละตำแหน่ง เช่นผู้รักษาประตู จุดพีคจะอยู่ที่ช่วงอายุ 30 ขึ้นไป ในขณะที่นักเตะแนวรุก ทั้งกองหน้าและกองกลาง จุดพีคอยู่ราวๆ 27-29 ปี

โดยในตารางนี้ คือสถิติอายุเฉลี่ยของทีมชาติที่ได้แชมป์ฟุตบอลโลกในแต่ละปี ซึ่งจะเห็นว่า เริ่มต้นตั้งแต่อายุ 25.7 ไปจนถึง 30.7 แต่นับตั้งแต่ช่วงอายุ 26.9 ปี(ซึ่งถือว่าปัดเป็น 27) นั้น จะมีสัดส่วนที่เยอะที่สุด
รูป

ทีนี้ เมื่อเรารู้แล้วว่าจุดพีคนักเตะคืออะไร เราจะมาดูกันในรายละเอียดของ 3 ประสานในแนวรุกลิเวอร์พูลกัน ว่าเลยจุดพีคมาหรือยัง และในอนาคต คล็อป น่าจะแก้ปัญหาการโรยราของพวกเขายังไง

Roberto Firmino

เฟอร์มิโน่นั้น ย้ายมาลิเวอร์พูลในปี 2015 ซึ่งตอนนั้น เฟอร์มิโน่อายุได้เพียงแค่ 24 ปีเท่านั้น ซึ่งในปีแรก เฟอร์มิโน่ยิงไป 11 ประตู ปีต่อมา อายุ 25 ปี ยิงได้ 12 ประตู อายุ 26 ปี ยิงได้ 27 ประตู ปีต่อมาอายุ 27 ยิงได้ 16 ประตูและปีนี้ อายุ 28 ปี ยิงไปแล้ว 10 ประตู ซึ่งจะเห็นว่า ปีที่เฟอร์มิโน่ยิงได้เยอะที่สุด คือปีที่ตัวเขาเองอายุได้ 26 ปี

ในตำแหน่งการเล่นของเฟอร์มิโน่นั้น เป็นส่วนสำคัญของแผนเกเก้น เพรสซิ่งของเจอร์เก้น คล็อปป์มากๆ เรียกได้ว่า ตั้งแต่คล็อปป์ย้ายมาคุมลิเวอร์พูลนั้น ยังไม่มีใครนักเตะคนไหนที่สามารถเล่นในตำแหน่งนี้ได้อย่างเนียนตาเหมือนเฟอร์มิโน่

เรามักจะเห็นการเล่นของเฟอร์มิโน่ ที่มักจะวิ่งเข้ามาสกัดบอล แย่งบอลจากกองหลังหรือกองกลางได้บ่อยๆ (เรียกว่าเป็นกองหน้าที่แย่งบอลเก่งพอๆกับกองหลังเลย) ซึ่งการเล่นแบบนี้ ต้องใช้ความฟิตและพลังค่อนข้างเยอะ เมื่อถึงจุดๆหนึ่งในเฟอร์มิโน่เริ่มโรยรา เชื่อว่าคล็อปป์จะต้องเปลี่ยนวิธีการเล่นของเฟอร์มิโน่ เพราะตัวเขาเองนั้น คงไม่สามารถวิ่งพล่านไล่บอลทั่วแดนหน้าได้เหมือนช่วงพีคๆแล้ว

ปัจจุบันนี้ เฟอร์มิโน่อายุ 28 ปี จะ 29 ปีในเดือนตุลาคม ซึ่งจุดพีคของเขานั้น อยู่ในช่วงนี้แหละ เชื่อว่า เฟอร์มิโน่นั้นจะพีคได้อีกแค่ฤดูกาลหน้า หลังจากนั้นก็จะเริ่มดร็อปลงแล้ว แต่อย่าเข้าใจผิด คำว่าดร็อปลงในที่นี้ ไม่ได้หมายถึงตัวเขาจะใช้งานไม่ได้อีก อย่างที่บอกไปในตอนแรก เขาจะยังคงเป็นนักเตะคนสำคัญ เพียงแค่คล็อปป์จะต้องเปลี่ยนวิธีการเล่นให้เหมาะสมเท่านั้นเอง

ข่าวลือที่น่าสนใจในช่วงนี้ คือความสนใจของลิเวอร์พูลกับติโม เวอร์เนอร์ โดยเวอร์เนอร์นั้น มีความขยัน ซึ่งเป็นสิ่งแรกๆที่คล็อปป์มองหาจากนักเตะที่เขาจะซื้อ และที่สำคัญ ตัวเขาสามารถเล่นตรงไหนก็ได้ใน 3 ประสานโดยไม่ลดประสิทธิภาพลงเลย ซึ่งถ้าหากได้ตัวมา เชื่อว่าติโม เวอร์เนอร์ที่อายุแค่ 23 ปีนั้น จะทดแทนเฟอร์มิโน่ได้อย่างเนียนตา

Sadio Mane

ปัจจุบัน มาเน่อายุ 27 ปี และจะอายุ 28 ปีในเดือนเมษายนนี้ สิ่งที่เราทุกคนเห็นได้ชัดเจนที่สุดในฤดูกาลนี้คือ ซาดิโอ มาเน่ นั้นคือนักเตะหมายเลข 1 ของทีมในฤดูกาลนี้ ต้องยอมรับว่าในปีนี้ เราเห็นรูปแบบการเล่นที่เป็นประโยชน์และหวังผลได้จากมาเน่มากกว่าซาลาห์เสียอีก โดยตัวเขานั้นยิงประตูสำคัญๆได้เยอะมาก ซึ่งแน่นอนว่า นี่คือปีที่ 27 ของชีวิตเขา ซึ่งเป็นค่าเฉลี่ยจุดพีคนักเตะ